SQE1

SQE1 FLK2 Criminal Law and Practice: หลักการ Actus Reus และ Mens Rea สำหรับทนายอังกฤษ

CELE SQE Team
April 22, 2026
0 views
2 min read
เรียนรู้หลักการพื้นฐาน Actus Reus และ Mens Rea ใน Criminal Law and Practice สำหรับสอบ SQE1 FLK2 ให้ครอบคลุมและได้คะแนน

นักศึกษาหลายคนที่เตรียมสอบ SQE1 มักจะรู้สึกสับสนเมื่อต้องแยกแยะระหว่าง Actus Reus และ Mens Rea ในวิชา Criminal Law and Practice ของ FLK2 คำถามที่พบบ่อยคือ "ทำไมบางครั้งผู้กระทำมีเจตนาแต่ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย หรือทำไมบางกรณีไม่มีเจตนาแต่กลับต้องรับผิด?" ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับองค์ประกอบทั้งสองนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์ MCQ ได้อย่างแม่นยำ

ทำความเข้าใจ Actus Reus: การกระทำที่ผิดกฎหมาย

Actus Reus หมายถึงองค์ประกอบทางกายภาพของอาชญากรรม (physical element) ซึ่งประกอบด้วยการกระทำ (conduct) ผลลัพธ์ (consequence) และสถานการณ์แวดล้อม (circumstances) ที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างใน Murder: Actus Reus คือการกระทำที่ทำให้เหยื่อเสียชีวิต โดยการกระทำนั้นต้องเป็นสาเหตุทางกฎหมาย (legal cause) ของการเสียชีวิต

การกระทำสามารถเป็นได้ทั้งการกระทำเชิงบวก (positive act) หรือการละเว้น (omission) ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่กระทำ สำหรับการละเว้น ต้องมีหน้าที่ตามกฎหมาย (legal duty) เช่น หน้าที่ของพ่อแม่ต่อลูก หรือหน้าที่ที่เกิดจากสัญญา

Mens Rea: ภาวะจิตใจที่ผิดในการสอบ SQE1

Mens Rea คือองค์ประกอบทางจิตใจ (mental element) ซึ่งแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ตามความรุนแรงของเจตนา ความเข้าใจเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับ FLK2 เพราะข้อสอบมักจะทดสอบการแยกแยะระดับของ Mens Rea

1. Intention (เจตนา)

แบ่งเป็น Direct intention (เจตนาโดยตรง) ที่ผู้กระทำต้องการให้เกิดผลลัพธ์นั้น และ Oblique intention (เจตนาโดยอ้อม) ที่ผู้กระทำรู้ว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นแน่นอนหรือเกือบแน่นอน ตามหลักการในคดี Woollin

2. Recklessness (ประมาท)

ใช้หลักการ Cunningham recklessness ที่ผู้กระทำต้องรับรู้ถึงความเสี่ยง (awareness of risk) และเลือกที่จะเสี่ยงต่อไปโดยไม่สมเหตุสมผล

3. Negligence (ละเลย)

การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่สมเหตุสมผล โดยไม่จำเป็นต้องมีการรับรู้ถึงความเสี่ยง

Strict Liability: ข้อยกเว้นที่สำคัญใน Criminal Law

ความผิดแบบ Strict Liability ไม่ต้องการ Mens Rea สำหรับองค์ประกอบบางส่วนหรือทั้งหมดของความผิด มักพบในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแล (regulatory offences) เช่น การขับรถเร็วเกินกำหนด

เทคนิคสอบ: ในข้อสอบ SQE1 หากเจอคำถามที่ไม่มีการกล่าวถึงเจตนาหรือความรู้เห็นของผู้กระทำ ให้พิจารณาว่าอาจเป็นความผิดแบบ Strict Liability

ศาลจะใช้หลักการใน Gammon (Hong Kong) Ltd v Attorney-General of Hong Kong ในการตีความว่าความผิดใดเป็น Strict Liability โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ความรุนแรงของโทษ และผลกระทบต่อสังคม

การประยุกต์ใช้ในข้อสอบ MCQ

เมื่อเจอโจทย์ Criminal Law ในสอบ SQE1 ให้ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเป็นระบบ:

ขั้นตอนที่ 1: ระบุความผิดที่เป็นไปได้และองค์ประกอบของแต่ละความผิด

ขั้นตอนที่ 2: วิเคราะห์ Actus Reus โดยดูว่ามีการกระทำ ผลลัพธ์ และสถานการณ์ครบถ้วนหรือไม่

ขั้นตอนที่ 3: วิเคราะห์ Mens Rea โดยดูจากหลักฐานที่บ่งบอกถึงภาวะจิตใจของผู้กระทำ

ขั้นตอนที่ 4: พิจารณา defences หรือข้อยกเว้นที่อาจใช้ได้

คำแนะนำจากประสบการณ์: อย่าเพิ่งรีบเลือกคำตอบ ให้อ่านทุกตัวเลือกอย่างละเอียด เพราะบางครั้งคำตอบที่ดูถูกต้องที่สุดอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดตามหลักกฎหมาย

กรณีศึกษาที่ควรจำ

มีคดีสำคัญหลายคดีที่ผู้สอบ SQE1 ควรทำความเข้าใจ:

R v Woollin - กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับ oblique intention ในความผิดฐาน murder

R v Cunningham - วางหลักการสำหรับ subjective recklessness

R v Adomako - กำหนดมาตรฐานสำหรับ gross negligence manslaughter

การทำความเข้าใจคดีเหล่านี้ไม่ใช่แค่จำชื่อคดี แต่ต้องเข้าใจหลักการและวิธีการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ

การเตรียมตัวสอบ Criminal Law and Practice ใน FLK2 ต้องการการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและการทำโจทย์ MCQ เป็นจำนวนมาก CELE SQE มี Question Bank subscription ในราคา £575 ต่อเดือน พร้อมโจทย์ Criminal Law ที่อัพเดตตามข้อสอบจริง หรือหากต้องการเรียนแบบครอบคลุม สามารถเลือก SQE1 Course ตั้งแต่ £1,750 หรือแยกเรียนเฉพาะ FLK2 ในราคาครึ่งหนึ่ง ติดต่อสอบถามได้ที่ WeChat SQE100 หรือ celebar.com

Share this article